Moneysabuy.com เว็บไซต์ แนะนำ สินเชื่อส่วนบุคคล เงินสด ทันใจ สินเชื่อ ธนาคาร อนุมัติง่าย

ราคาทองคำวันนี้

ราคาทองคำวันนี้ วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565

อัปเดต ราคาทองคำวันนี้ วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ราคาในประเทศวันนี้ราคาทองคำแท่งยังคงทรงตัวจากเมื่อวาน ราคาทองคำแท่งขายออก 29,750 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณราคาขายยังทรงตัวอยู่ที่ขายออก 30,250 บาท  ในส่วนรายละเอียดและภาพรวมราคาทองคำจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลย…

ราคาทองคำวันนี้ วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565

ราคาทองคำวันนี้

 

ราคาทองคำวันนี้ 25 พ.ย. 65 วันนี้ ราคายังทรงตัวจากเมื่อวาน ตามข้อมูลล่าสุดของสมาคมค้าทองคำประกาศ ณ เวลา 9.30 น.

ราคาทองรูปพรรณ

  • ราคาทองวันนี้ 1 บาท 30,400 บาท รับซื้อ 29,258.80 บาท
  • ราคาทองวันนี้ 2 สลึง 15,500บาท
  • ราคาทองวันนี้ 1 สลึง 8,050 บาท
  • ราคาทองวันนี้ ครึ่งสลึง 4,325 บาท

ราคาทองคำแท่ง

  • ราคาขายออก 29,900 บาท ฐานภาษี 29,122.36 บาท

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 23 พ.ย.65 By ShiningGold

ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำตลาดระยะสั้น แม้จะมีการคาดการณ์จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่มองว่า เศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอในปีหน้าเช่นเดียวกับในปี 2552 เนื่องจากสงครามในยูเครนอาจกลายเป็น สงครามถาวร การเติบโตทั่วโลกจะชะลอตัวลงเหลือ 1.2% ในปี 2566 เขตยูโรจะหดตัว 2% ในขณะที่ GDP ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 1% และละตินอเมริกาจะเติบโต 1.2% ตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดในปีหน้าคือจีน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะผ่อนคลายการควบคุมโควิด แต่ก็ถือเป็นภาพรวมมุมมองที่ยังไม่กำหนดทิศแบบเฉพาะเจาะจง จึงเน้นเพียงปัจจัยทางเทคนิคก่อนเป็นหลักเท่านั้น และหากพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิค ทองคำรีบาวน์จำกัด ตราบใดที่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1778 ขึ้นมาได้ รอบของการพักฐานคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน Indicators ส่วนใหญ่ยังอยู่ในโหมด SW ราย 1H รีบาวน์ในกรอบจำกัด กลยุทธ์ยังเป็นรีบาวน์ Open Short สั้นเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน : รีบาวน์ open short 1756/1768-72 [SL=1779]

  • แนวต้าน 1756/1768-72/1786
  • แนวรับ 1748/1740/1733

การคาดการณ์ราคาทองคำไทย : ราคาทองคำไทยรีบาวน์จำกัด มีความเสี่ยงปรับฐาน

  • แนวต้าน 29750/29890
  • แนวรับ 29600/29450

ภาพรวมราคาทองคำ

 

ราคาทองคำวันนี้

รายงานสถานการณ์ทั่วไปในวันนี้

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำค่อยๆปรับตัวขึ้นท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบางกว่าปกติเนื่องจากตลาดเงินตลาดทุนและตลาดทองคำของสหรัฐปิดทำการในวันขอบคุณพระเจ้า(Thanksgiving Day)

ราคาทองคำที่ได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่ร่วงลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนีดอลลาร์ได้รัแบแรงกดดันจากหลายปัจจัย ได้แก่

  1. การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังรายงานการประชุมเดือนพ.ย. แสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบาย “ส่วนใหญ่(substantial majority)” เห็นด้วยว่าเป็นการ “เหมาะสม” ที่ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย “ในเร็วๆนี้”
  2. เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้น หลังจากสื่อของรัฐจีนรายงานว่า จีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ควบคู่ไปกับเครื่องมือด้านนโยบายการเงินอื่นๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอ
  3. สกุลยูโรแข็งค่าขึ้น 0.2% สู่ระดับ 1.0415 ดอลลาร์ หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป(ECB) เมื่อเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อสูงอาจคงอยู่ต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ ECB จะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ Ifo เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 86.3 ในเดือนพ.ย. ช่วยหนุนยูโรเพิ่ม
  4. เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังจากข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของอังกฤษออกมา “สูงเกินคาด”” ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จนหนุนให้ทองคำทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,758.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ตลาดสหรัฐจะเปิดทำการ แต่จะปิดเร็วกว่าปกติ เนื่องในวัน Black Friday

เทคนิคสำหรับการเก็งราคาทองในวันนี้

  • ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาลดลงจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,760-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาอาจปรับตัวลงมาเพื่อสร้างฐานราคา มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับในโซน 1,740-1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (1,729 ระดับต่ำสุดของสัปดาห์)

ทิศทางความสนใจของตลาดทองคำในวันนี้

  • แนะนำเปิดสถานะขายเพื่อกำไรระยะสั้นเมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,760-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนหากราคาผ่านโซนบริเวณ 1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำกำไรโดยเข้าซื้อคืนหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,740-1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดสามารถถือสถานะขายต่อ

สรุปราคาทองคำสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาทองคำวันนี้

ได้ปิดปรับตัวลดลง 8.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 3.816% และดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังศุกร์นางซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน ได้ให้ถ้อยแถลงในเชิง Hawkish หรือแข็งกร้าวว่า เราแทบไม่มีหลักฐานว่าแรงกดดันด้านราคาก าลังปรับตัวลง ดังนั้เฟดอาจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 75 bps เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ส่วนในวันนี้ ราคาทองคำได้แกว่งตัวลงต่อในกรอบ 1,743.97-1,753.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ดอลลาร์ได้ แรงหนุนมาจากเงินหยวนของจีนที่ได้อ่อนค่าลงต่อในวันนี้หลังสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ได้กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าทางการ จีนอาจใช้มาตรการคุ้มเข้มตามแนวทางนโยบายโควิดเป็นศูนย์อีกครั้ง บั่นทอนความหวังการเปิดประเทศ และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอีกครั้ง โดย ล่าสุดจีนได้พบผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่มอีก 2 ราย และยอดติดเชื้อรายวันของปักกิ่งสูงที่สุดตั้งแต่ ก.พ.21 อีกทั้งยังได้สั่งล็อกดาวน์เมืองสือจยาจวงใกล้กับกรุง ปักกิ่ง ระงับการเรียนการสอน และสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 5 วัน ส าหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ


ราคาทองคำผันผวนเกิดจากอะไร

ราคาทองคำวันนี้

 

  • ความต้องการซื้อ-ขาย :  มีผลต่อการขึ้นลงของราคาทองคำโลกโดยตรง ซึ่งความต้องการซื้อทองคำมีที่มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่กลุ่มเครื่องประดับ กลุ่มการลงทุน และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและการแพทย์ รวมถึงแรงซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ส่วนความต้องการขายทองคำมีที่มาจาก 3 กลุ่มหลักได้แก่ กลุ่มทองคำจากเหมือง แรงขายทองคำจากธนาคารกลาง และปริมาณทองคำที่หมุนเวียนในระบบ นอกจากนี้ราคาทองคำไทยยังขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท และความต้องการทองคำภายในประเทศด้วย ซึ่งหากใครติดตามข่าวการซื้อขายทองคำของ SPDR Gold Trust กองทุนETF ประเภท Passive ที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก จะทราบกันดีว่ากองทุนดังกล่าว สามารถสะท้อนความต้องการซื้อขายทองคำจากนักลงทุนทั่วโลกได้อีกด้วย นอกเหนือจากการติดตามราคาตลาด โดยตั้งแต่ต้นปี กองทุน SPDR Gold Trust เข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องแล้ว 78.62 ตัน ทำให้กองทุนถือครองทองคำอยู่ที่ 1,054.28 ตัน ส่งผลต่อราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น
  • สงคราม​ : ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทองคำมีราคาปรับตัวสูงขึ้น เพราะช่วงภาวะสงครามทองคำสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสินค้า หรือสิ่งของต่างๆได้ทันที มีความต้องการสูง แตกต่างจากเงินธนบัตรหรือหุ้น ที่มูลค่าลดน้อยลงในช่วงสงคราม เหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีท่าทียืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และราคาทองคำในเชิงจิตวิทยา แต่ทั้งนี้ก็ต้องติดตามสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิด เพราะหากสงครามที่ยืดเยื้อได้ยุติลง หรือมีสัญญาณบวกมากขึ้น ราคาทองคำก็ปรับตัวลงได้เช่นกัน
  • เงินเฟ้อ : ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบกับราคาทองคำโดยตรง ปัจจัยข้างต้นไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงินค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมัน สงคราม ความต้องการซื้อ-ขายทองคำ ล้วนมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับเงินเฟ้อทั้งสิ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวบอกทิศทางราคาทองคำ หากเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อยู่ในระดับสูง ราคาทองคำมักมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น หรือหากเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลดลง อยู่ในระดับต่ำ หรือเกิดสภาวะเงินฝืด ราคาทองคำมักปรับตัวลง ปัจจุบันที่เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากการระบาดของ COVID-19 รวมทั้งการเกิดสงครามระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานซึ่งถือเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าให้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นสัญญาณการถดถอยของเศรษฐกิจในหลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรป ที่ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งยอดค้าปลีก การบริโภคปรับตัวลดลง รวมทั้งเงินยูโรอ่อนค่า ซึ่งทองคำในฐานะสินทรัพย์ Safe Haven ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ รวมทั้งใช้กระจายความเสี่ยงในช่วงตลาดการลงทุนผันผวน จึงมีการปรับตัวสูงขึ้น​ ​
  • อัตราดอกเบี้ย : นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบกับราคาทองคำโดยตรง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดี สินทรัพย์เสี่ยงให้ผลตอบแทนสูง เงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้น ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือการลดสภาพคล่องโดยการถอนมาตรการ QE เพื่อควบคุมเศรษฐกิจไม่ให้ร้อนแรงจนเกินไป ส่งผลให้ทองคำที่ไม่ได้มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย มีความน่าสนใจและราคาลดลง อัตราดอกเบี้ยขาลง จะเกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจแย่ เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะเลือกใช้มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย หรือใช้มาตรการ QE อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สภาพคล่องจำนวนมหาศาล จะส่งผลให้ความน่าสนใจและราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล มักสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางb ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของหลายประเทศทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มขาขึ้นตั้งแต่นั้นมา โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มดำเนินนโยบายทางการเงินแบบเข้มงวด เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ก่อนจะจากกันนอกจากบทความดีๆ แล้ว วันนี้ทาง moneysabuy เราขอแนะนำ บทความดีๆเพิ่มเติมที่ ลิงค์ด้านล่างนี้  รับรองว่าท่านผู้อ่านจะไม่พลาดบทความการเงินดีๆอย่างแน่นอน…

บทความแนะนำ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ และ ShiningGold